ผลวิจัยชี้ไทยปลอดเชื้อหวัดนก2ปีแล้ว

ม.มหิดลเผยผลการวิจัย ไทยปลอดเชื้อไข้หวัดนกต่อเนื่อง 2 ปี ทั้งในคนและสัตว์ แต่ยังต้องจับตาต่อไป เพราะประเทศเพื่อนบ้านยังพบการระบาด ติดชิพนกต้องสงสัยเพื่อหาเส้นทางบิน ชี้นกนางนวลเสี่ยงสุดแถมใกล้ชิดกับคน เหตุบินไกลเข้าประเทศพื้นที่ระบาด นกปากห่างรอดตัวหลุดข้อสงสัยแล้ว
ศ.ดร.พิไลพันธ์ พุธวัฒนะ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยไข้หวัดนก เรื่อง "AvianInfluenza Surveillance in Thailand : Studies at Human-Animal Interface" ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก Centersfor Disease Control and Prevention (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้เป็นโครงการใหญ่เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงในการติดเชื้อไข้ หวัดนก  หรือเอช 5 เอ็น 1 ทั้งกรณีการติดจากสัตว์สู่สัตว์ จากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คน ใช้เวลาศึกษาต่อเนื่องถึง 4 ปี และจะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ โดยเป็นความร่วมมือซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า ร่วม ทั้งนี้จากผลการศึกษาวิจัยชี้ว่า ยังไม่พบเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มเติมใน ช่วง 2 ปีมานี้ ทั้งในคนและสัตว์ หลังจากที่เคยตรวจพบในคนรายสุดท้ายเมื่อปี 2549 และในสัตว์เมื่อปี 2551 รวมทั้งไม่พบการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอช 1 เอ็น 1 หรือการดื้อต่อยาโอเซลทามีเวียและยาซานามีเวียร์ อย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้
สำหรับในกรณีการศึกษาการติดเชื้อเอช 5 เอ็น 1 ในสัตว์นั้น โดยเฉพาะในส่วนของนกเพื่อดูการรับและแพร่เชื้อ ได้ทำการติดเครื่องรับสัญญาณ ผ่านระบบดาวเทียมที่ตัวนกเพื่อติดตามดูเส้นทางการบินและอพยพที่อาจนำเชื้อเอ ช 5 เอ็น 1 ว่าไปที่ใดบ้าง ซึ่งเป็นการวิจัยไข้หวัดนกที่ไม่เคยมีการทำมาก่อน โดยได้ติดเครื่องส่งสัญญาณในนก 4 ชนิดที่คาดว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อ
รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรคจากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่นและสัตว์อพยพ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า จากการวิจัยพบว่า เดิมที่เราเคยคิดว่านกปากห่างน่าจะเป็นตัวแพร่เชื้อไข้หวัดนกในประเทศ แต่ การศึกษาวิจัยนี้ชี้ชัดว่านกปากห่างไม่เคยบินอพยพออกนอกประเทศเลย และได้ กลายเป็นนกประจำถิ่นในบ้านเราไปแล้ว เนื่องจากมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหอยเชอรี่ที่อยู่ตามนาข้าว อีกทั้งหากได้รับเชื้อเอช 5 เอ็น 1 ก็จะตายอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสแพร่เชื้ออย่างที่มีข่าวว่าพบนกปากห่างตายเป็นจำนวนมากเมื่อ ปี 2549 ต่างจากนกนางนวลที่บินข้ามประเทศและเข้ามายังไทยทุกปี นอกจากการติดตามสัตว์ ปีก ซึ่งเป็นสัตว์เล็กแล้ว ในการวิจัยยังได้ติดตามในสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อย่างสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์ ใกล้ชิดกับคน เนื่องจากอาจเป็นพาหะที่แพร่เชื้อมาสู่คนได้
"ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เราตรวจไม่พบเชื้อเอช 5 เอ็น 1 ในสัตว์แล้วก็ตาม แต่ยังต้องเก็บตัวอย่างส่งตรวจเพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยในกลุ่ม นกอพยพอย่างนกนางนวลที่สามารถบินได้ไกลมาก สามารถบินข้ามไปถึงประเทศจีนได้" รศ.นพ.ปานเทพกล่าว
น.สพ.อนุวัตน์ วิรัชสุดากุล ปฏิบัติหน้าที่สัตวแพทย์ภาคสนาม ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามโรค จากสัตว์ป่า สัตว์ต่างถิ่น และสัตว์อพยพ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ได้ทำการติดเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมในนก 20 ตัว แบ่งเป็น นกนางนวลธรรมดา 8 ตัว เป็ดแดง 4 ตัว นกปากห่าง 5 ตัว และนกยางโทนใหญ่ 3 ตัว ซึ่งจากการติดตาม ปัจจุบันเหลือนกที่ติดสัญญาณ 8 ตัว เป็นนกนางนวลธรรมดา 3 ตัว นกปากห่าง 2 ตัว และนกยาง 3 ตัว โดยในส่วนของเป็ดแดงนั้นสามารถติดตามข้อมูลได้เพียง 3 เดือนหลังการติดเครื่องส่งสัญญาณ
ต่อข้อซักถามว่า จะนำผลการวิจัยนี้ไปดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะในส่วนของการเฝ้าระวังโรค ศ.ดร.พิไลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักระบาด กรมควบคุมโรค รับทราบข้อมูลนี้แล้ว ซึ่งคงจะประสานไปยังกรมอุทยานเพื่อเก็บตัวอย่างนกสุ่มตรวจต่อไป โดยเฉพาะนกนางนวลที่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวและใกล้ชิดกับคน ทั้งนี้แม้ว่าจะ ประเทศไทยจะไม่มีการตรวจพบเชื้อในช่วง 2-3 ปีมานี้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะประเทศโดยรอบยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกอยู่ ซึ่งตามข้อมูล องค์การอนามัยโลกยังรายงาน 5 ประเทศที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก คือ กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน และอียิปต์ ดังนั้นจำเป็นที่ไทยยังต้องทำการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง.

 
Contact: thaivirology@gmail.com
Website statistics



Copyright © 2012 The Virology Association (Thailand)