ไข้เลือดออกระบาดหนักในปี 2553

สถานการณ์ไข้เลือดออกทั่วประเทศ จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค  ในช่วง 5 เดือนแรกในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2550 พบผู้ป่วยสะสม  9,245 ราย เสียชีวิต 10 ราย  โดยจำนวนผู้ป่วยมากกว่าช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เกือบ 17 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งพบผู้ป่วย 7,930 ราย เสียชีวิต 9 ราย  พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 1,000 กว่าราย ผู้ป่วย 40 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ภาคกลาง  รองลงมาที่ภาคใต้ พบได้ 25 เปอร์เซ็นต์


จังหวัดที่มีอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสูงที่สุด 10 จังหวัด เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทุก 100,000 คน เรียงจากมากไปน้อย   ดังนี้ 1. สมุทรสาคร มีอัตราป่วย 63 คน  2. ตราด อัตราป่วย 61 3. พังงา อัตรา 47  4.ปัตตานี แสนละ 41 คน 5.สงขลา อัตราป่วย 39 6.ยะลา อัตราป่วย 38 คน 7.สมุทรปราการ อัตราป่วย 33     8.จันทบุรี อัตราป่วย 30  9. สมุทรสงคราม อัตราป่วย 28 และ10.สุราษฏร์ธานี อัตราป่วย 27  ส่วนกทม.มีรายงานป่วยทั้งหมด 1,612 ราย เสียชีวิต 1 ราย เขตที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ป้อมปราบ แสนละ 60 ราย


นายแพทย์ปราชญ์กล่าวต่อไปว่า ได้ทำหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความรุนแรงในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคสูงสุดทุกปี   โดยให้ตั้งวอร์รูม มีมิสเตอร์ไข้เลือดออก ติดตามปัญหาและวางแผนการควบคุมโรคในพื้นที่อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด  โดยหากมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือด แม้จะเพียง 1 รายก็ตาม ให้ส่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วซึ่งทุกจังหวัดมีประมาณ 10 ทีม ลงควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดที่บ้านและชุมชนของผู้ป่วยในรัศมี 50 เมตรทันที ซึ่งเป็นระยะทางที่ยุงลายบินได้ โดยฉีดพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดยุงตัวแก่ และรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านและชุมชนทุกสัปดาห์


ในส่วนของโรงพยาบาลต่างๆ ให้เข้มมาตรการรักษา เพื่อลดการเสียชีวิตหลังป่วย โดยผู้ป่วยกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ รักษาหายขาด และมีผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 ที่อาจมีอาการรุนแรงเข้าขั้นช็อคได้จากน้ำเลือดพลาสม่ารั่วไหลที่ช่องท้องและปอด ผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ ทุกราย ที่มีไข้สูง ขอให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออกไว้ก่อน   ขอให้แพทย์ พยาบาลซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด อย่างละเอียด  และให้ทุกแห่งดูแลแหล่งน้ำขังต่างๆ ที่อาจจะเป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย  และดูแลมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงลายกัดผู้ป่วย   ส่วนในระดับบ้านเรือน หากมีผู้ป่วยมีไข้สูง ตัวร้อนเฉียบพลันขอให้ใช้น้ำเย็นเช็ดตัวช่วยลดไข้ ให้นอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัดนำเชื้อโรคไปแพร่คนอื่น และให้กินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ หากไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน ให้พาไปตรวจที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที

 

 
Contact: thaivirology@gmail.com
Website statistics



Copyright © 2012 The Virology Association (Thailand)